ประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ

สิทธิและเสรีภาพในประชาธิปไตย


นอร์เวย์เป็นประชาธิปไตย คำว่าประชาธิปไตยมาจากภาษกรีกและมีความหมายว่า “ปกครองโดยประชาชน” ซึ่งก็คือคนที่ดูแลนโยบายในนอร์เวย์โดยการเลือกพรรคการเมืองเข้าไปในรัฐสภา สภาเขตการปกครองและสภาเทศบาลเมือง พรรคเดียวหรือหลายพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดระหว่างการเลือกตั้งจัดตั้งตัวแทนส่วนใหญ่ในรัฐสภาหรือสภาเขตการปกครองหรือสภาเทศบาลเมือง หรืออีกนัยหนึ่งคนส่วนใหญ่ตัดสินใจ แต่หลักการสำคัญคือคนส่วนใหญ่จะต้องพิจารณาความเห็นของคนส่วนน้อยเมื่อกำลังจัดทำนโยบาย

ในประชาธิปไตย พลเมืองมีสิทธิและเสรีภาพที่แน่นอน:

สิทธิมนุษยชน

FN-flagget FN-bygningen i New York
สิทธิมนุษยชนใช้ได้กับทุกคนและเรามีสิทธิเหล่านี้เพราะว่าเราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพราะว่าเราอยู่ในสถานที่เฉพาะในโลกหรือเป็นสมาชิกของศาสนาหรือกลุ่มที่เกี่ยวกับมนุษยชาติพิเศษ นั่นคือทำไมเราจึงพูดว่าสิทธิมนุษยชนเป็นสากล สิทธิมนุษยชนอ้างถึงขั้นต้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละบุคคลกับรัฐบาบ

ในปี ค.ศ.1948 องค์การสหประชาชาติประกาศปฎิญญาสากล (verdenserklæring) เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มีผลบังคับใช้กับทุกคน และรวมทั้งสิทธิอื่น ๆ ดังต่อไปนี้:

  • ทุกคนเกิดมามีอิสระและมีคุณค่าและสิทธิมนุษยชนเหมือนกัน
  • ทุกคนมีสิทธิมนุษยชนเหมือนกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ ศาสนา เชื้อชาติ มุมมองทางการเมือง สัญชาติ เป็นต้น
  • การกระทำบางประเภทเป็นข้อห้าม ทุกคนได้รับประโยชน์จากการป้องกันตามกฎหมาย
  • ทุกคนได้รับประโยชน์จากการป้องกันตามกฎหมาย
  • ทุกคนมีสิทธิที่จะมีอิทธิพลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศผ่านการเลือกตั้งบัตรลงคะแนนลับที่อิสระและยุติธรรม

ในนอร์เวย์ หลายส่วนของการประกาศสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติถูกนำไปรวมในกฎหมาย

ความเท่าเทียมกัน

Personar i rullestol Homofilt par To eldre damer på tur Fem barn sammen

โดยสืบเนื่องกันมา แนวคิดของความเท่าเทียมกันเกี่ยวข้องกับผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิ์เท่ากันและโอกาสเท่ากัน ในวันนี้ ความคิดมีความสำคัญกว้างขึ้น: ทุกคนมีสิทธิและโอกาสเท่าเทียมกัน โดยไม่คำถึงอายุ เชื้อชาติ ความสามารถ เพศ ศาสนา และการเบี่ยงเบนทางเพศ
ระหว่างสิ่งอื่นๆ ความเท่าเทียมกันหมายถึงการมีโอกาสเดียวกันที่จะมีอิทธิพลและช่วยเหลือ ซึ่งความรับผิดชอบและอุปสรรค สมดุลกันพอควร และซึ่งคนไม่ควรต้องถูกเปิดโอกาสให้กลั่นแกล้งหรือโจมตี

เสรีภาพทางการพูด

เสรีภาพทางการพูดหมายความว่าใครก็ตามสามารถแสดงความเห็นในทางการเมือง ศาสนาและเรื่องอื่นโดยอิสระ สามารถอภิปรายโต้แย้งหัวข้อต่างๆ กับคนอื่นโดยอิสระ และสามารถเขียนเกี่ยวกับความเห็นของเขาโดยอิสระไม่ต้องมีการลงโทษใดๆ

ทั้งหมดเช่นกัน มีเส้นระหว่างเสรีภาพที่จะพูดและเขียนอะไรก็ได้ที่คนคนหนึ่งปรารถนาและพูดเกี่ยวกับคนอื่นอย่างจริงจัง นั่นคือทำไมเราจึงมีกฎหมายจำนวนหนึ่งซึ่งกำหนดขอบเขตของเสรีภาพของการพูด ตัวอย่างเช่น เป็นการผิดกฎหมายที่ให้ความเห็นที่ไม่เป็นธรรมในเรื่องเชื้อชาติและเรื่องอื่นในการอภิปรายโต้แย้งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

เสรีภาพของการพูดใช้กับแต่ละบุคคลส่วนตัว รวมทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์

การป้องกันทางกฎหมาย

ผู้อยู่อาศัยในนอร์เวย์ได้รับประโยชน์จากการป้องกันทางกฎหมาย ระหว่างสิ่งอื่น สิ่งนี้หมายความว่า:

  • • ไม่มีใครได้รับการลงโทษจำคุก โดยที่ไม่มีการพิจารณาคดีก่อน การพิจารณาคดีนั้น ผู้พิพากษาที่ไม่รู้จักผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว จะเป็นผู้ตัดสินว่าบุคคลนั้นมีความผิดจริงหรือไม่ และผู้พิพากษาที่ไม่รู้จักผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว จะเป็นผู้ตัดสินบทลงโทษ ว่ามากน้อยเท่าไรในคดีนั้น ถ้าเขาทำความผิดจริง จะอย่างไรก็ตามบุคคลนั้นอาจถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี หรือในขณะที่ตำรวจกำลังดำเนินคดีแก้ปัญหาอาชญากรรมนั้น
  • ทุกคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยในเรื่องอาชญากรรมมีสิทธิปรึกษาทนาย
  • ศาลเป็นอิสระ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องไม่ให้ได้รับอิทธิพลจากนักการเมือง สื่อหรือกลุ่มอื่นเมื่อกำลังทำกรณีที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภา รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่อื่นสามารถแทรกแซงการตัดสินของทหาร
  • ไม่มีกฎหมายใดที่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ซึ่งหมายความว่ากฎหมายใช้ได้เมื่อเวลาเกิดอาชญากรรม จะต้องถูกใช้เมื่อกำหนดความผิดและบทลงโทษ

เสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ

เสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ หมายความว่า มนุษย์มีอิสระในการเลือกนับถือศาสนาใดหรือแนวความคิดใด ตามที่พวกเขาต้องการ และปฏิบัติตามศาสนาหรือความเชื่อของพวกเขา ไม่มีใครมีสิทธิที่จะบังคับให้บุคคลอื่นเข้าหรือออก จากกลุ่มศาสนาหรือกลุ่มศาสนาจักร บุคคลอายุตั้งแต่ 15 ปี มีสิทธิที่จะออกหรือเข้าในกลุ่มศาสนาจักร/กลุ่มทัศนคติทางจิตวิญญาณ ด้วยตัวของเขาเอง โดยไม่ต้องคำนึงถึงความคิดของบุคคลอื่น ไม่มีใครถูกข่มเหงหรือลงโทษ เพราะการเข้าร่วมกับศาสนาของเขา

ความสำคัญที่เท่ากันคือว่าทุกคนมีอิสระที่จะเลือกองค์กรทางจิตวิญญาณ/ศาสนาของตัวเองและเสรีภาพเช่นกันที่จะไม่เป็นสมาชิกชุมชนทางจิตวิญญาณหรือศาสนา

เสรีภาพของการจัดการ

เสรีภาพของการจัดการหมายความถึงสิ่งต่างๆ จำนวนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ:

  • สิทธิที่จะเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองหรือองค์การที่น่าสนใจพิเศษโดยไม่มีความเสี่ยงของการถูกกลั่นแกล้งหรือลงโทษ
  • สิทธิที่จะเป็นสามาชิกขององค์กรแรงงานโดยไม่มีความเสี่ยงของการถูกกลั่นแกล้งหรือลงโทษ ในสถานการณ์บางอย่างไม่สิทธิที่จะพร้อมใจกันหยุดงาน
  • สิทธิที่จะแสดงความเห็นผ่านการแสดงความเห็นทางกฎหมาย

ข้อเท็จจริง

สิทธิในการลงคะแนน

  • อายุที่มีสิทธิลงคะแนนได้ในนอร์เวย์คืออายุ 18 ปี
  • เพื่อที่จะลงคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปได้ คุณจะต้องเป็นพลเมืองนอร์เวย์
  • เพื่อที่จะลงคะแนนในการเลือกตั้งสภาเขตปกครองหรือสภาเมืองได้ คุณจะอาศัยอยู่ในนอร์เวย์เป็นเวลา 3 ปีก่อนการเลือกตั้ง
  • ในนอร์เวย์ เรามีสิทธิออกเสียงการเลือกตั้งทั่วไปตั้งแต่ผู้หญิงมีสิทธิในการลงคะแนนในค.ศ. 1913

ข้อความเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ (มาตรา 135ก ของประมวลกฎหมายอาญา)

«บุคคลที่มีเจตนาร้าย หรือไม่มีเจตนา ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แสดงออกถึงการแบ่งแยกเชื้อชาติ หรือแสดงความคิดเห็นที่มีเจตนาร้ายในที่สาธารณะ (หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ฯลฯ) ต้องระวางโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี การใช้สัญลักษณ์ถูกพิจารณาว่าเป็นการพูดหรือเป็นข้อความได้ด้วย บุคคลที่อยู่ต่อหน้าและมีเจตนาร้าย หรือไม่มีเจตนา ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว กับบุคคลที่ถูกกระทำจากเรื่องนี้ อ้างถึงมาตรานี้ วรรค 2 ต้องระวางโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี
การแบ่งแยกเชื้อชาติ หรือแสดงความคิดเห็นที่มีเจตนาร้าย หมายถึง การข่มขู่หรือดูถูกบางคนหรือแสดงความเกลียดชัง ข่มเหงรังแก หรือหมิ่นประมาทผู้อื่น อันเนื่องมาจากสิ่งเหล่านี้ของพวกเขา:

  • ก) สีผิว หรือภูมิหลังเกี่ยวกับชนชาติ หรือเชื้อชาติ
  • ข) ศาสนา หรือความเชื่อ
  • ค) ความเบี่ยงเบนทางเพศ รูปแบบการดำเนินชีวิต หรือแนวความคิด
  • ง) ความสามารถลดลงหรือไม่ปกติ »

ข้อความเรื่องการเหยียดเชื้อชาติก่อให้เกิดข้อโต้แย้ง มีผู้คนซึ่งอย่างจะเอาข้อนี้ออกไปเพราะว่าพวกเขาเชื่อว่าข้อนี้ขัดแย้งกับเสรีภาพในการพูด คนจำนวนน้อยมากถูกตัดสินสำหรับอาชญากรรมนี้

วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2011

วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 เป็นวันที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์นอร์เวย์สมัยใหม่ วันนี้เป็นวันที่นอร์เวย์ประสบกับการทำการก่อการร้าย มีคนถูกฆ่าคน 8 คนเมื่อเกิดระเบิดในเขตรัฐบาลในเมืองออสโล และมีคนถูกยิงและตายจำนวน 69 คนบนเกาะของอุทอย่าระหว่างแคมป์ฤดูร้อนเกี่ยวกับการเมืองสำหรับคนหนุ่มสาว คนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บระหว่างการโจมตีด้วย ผู้ก่อนการคนเดียวอยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งสองเหตุการณ์